แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ micky_mai 5131601003 section : 1 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ micky_mai 5131601003 section : 1 แสดงบทความทั้งหมด

16 กันยายน 2551

ช่วยบอกฉัน................ที

อะไรจะเกิดขึ้น....เมื่อ... นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ (น้องเขย แม้ว)
ขึ้นแท่นนายกรัฐมนตรี คนปัจจุบัน




หลังจากได้รับเลือกด้วยคะแนนเสียงข้างมาก 293 คะแนน


จากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรค


พลังประชาชนและพรรคร่วมรัฐบาลที่ลงคะแนนเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรี



10 กันยายน 2551

จับตาครม.ประชุมนัดพิเศษ2ทุ่มคืนนี้ พปช.ให้"ยงยุทธ"คุย"สมัคร"ถกทางออกการเมือง "เลี้ยบ"เผยไม่มีโอกาสพบ

ครม.นัดประชุมด่วน 2 ทุ่ม คืนนี้ที่กองบัญชาการกองทัพไทย "สมพงษ์"ปัดถูกส่งชิงนายกฯ โยนที่ประชุม พปช.ตัดสิน "ยงยุทธ"รับเป็นคนกลางถก"สมัคร"แก้ปมการเมือง เผยไม่แน่ใจได้เจอหรือไม่ "เลี้ยบ"เผยไม่มีโอกาสคุยกับ"หมัก" ยังแทงกั๊กนั่งนายกฯ ไม่สนจับมือปชป. อ้างจำเป็นต้องตรวจสอบถ่วงดุล "ยงยุทธ"นัดส.ส.พปช.ถกโหวตนายกฯ ปัดเป็น"งูเห่า
P { margin: 0px; }
ครม.นัดประชุมด่วน 2 ทุ่ม คืนนี้ที่กองบัญชาการกองทัพไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะรัฐมนตรีรักษาการ(ครม.รก.)นัดประชุม ครม.ในเวลา 20.00 น. วันที่ 10 กันยายน ที่กองบัญชาการกองทัพไทย

"สมพงษ์"ปัดถูกส่งชิงนายกฯ โยนที่ประชุม พปช.ตัดสิน

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน กล่าวเมื่อวันที่ 10 ก.ย.ถึงกรณีที่มีข่าวว่าจะได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ว่า ขอบคุณที่ให้เกียรติ แต่คงไม่ใช่ตน อาจเป็นความเข้าใจผิด เพราะชื่อขึ้นต้นด้วย "ส." เหมือนกัน ส่วนการที่พรรคร่วมรัฐบาลจะเสนอชื่อบุคคลมาเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่นั้น พรรคร่วมรัฐบาลยินดีที่จะดำเนินการทางการเมืองเหมือนเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ที่เป็นคนที่มีหลักการ ซึ่งนายบรรหารก็เห็นว่า เมื่อพรรคพลังประชาชนมี ส.ส.มากที่สุด ดังนั้น ต้องให้พรรคพลังประชาชนดำเนินการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งนายบรรหารยินดีเข้าร่วมเหมือนเดิม ทั้งนี้ จากการพบปะกับนายบรรหารเมื่อเช้าวันที่ 10 ก.ย. ยังไม่ได้มีการเสนอชื่อบุคคลอื่นที่ไม่ใช่นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี แต่อย่างใด

เมื่อถามว่า สมาชิกพรรคพลังประชาชนยังยืนยันว่าจะเสนอชื่อนายสมัครเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหรือไม่ นายสมพงษ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ก็มีการพูดกันอยู่แล้ว ส่วนที่มีข่าวว่ามีสมาชิกบางคนไม่ยอมรับนายสมัครนั้น ยังไม่ได้มีการพูดคุยกันเป็นเรื่องราว ซึ่งภายในวันนี้หรือวันที่ 11 ก.ย.จะมีการพูดคุยกันแน่นอน

เมื่อถามต่อว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่ ส.ส.พรรคพลังประชาชนจะเสนอชื่อนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย เป็นนายกรัฐมนตรี นายสมพงษ์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับตัวนายบรรหาร แต่ตนไม่ทราบ เพราะต้องอยู่กับที่ประชุมพรรคพลังประชาชน

"ในเรื่องนี้ คิดว่าการพิจารณาใดๆ ก็ขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อมทั่วไป โดยเฉพาะกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งมองดูแล้วว่าไม่ว่าใครจะมาใครจะไป กลุ่มพันธมิตรฯ ก็คงไม่เอาอยู่แล้ว ทั้งนี้ พรรคพลังประชาชนคงใช้เวลา 1-2 วันในการตัดสินใจเอาบุคคลที่มีความเหมาะสม แต่ในใจของตนคิดว่าผู้ที่มีความเหมาะสมคือนายสมัคร แต่จะเป็นนายสมัครหรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับที่ประชุมพรรคพลังประชาชน" นายสมพงษ์ กล่าว

เมื่อถามว่า พรรคพลังประชาชนต้องเสียสละบางอย่างแล้วหรือไม่ เพื่อให้ประเทศเดินต่อไปได้ นายสมพงษ์ กล่าวว่า พรรคพลังประชาชนเสียสละมาตลอดเวลา ส่วนแนวคิดการตั้งรัฐบาลแห่งชาตินั้น ก็มีการพูดกันในเรื่องดังกล่าว แต่ต้องมีการคุยกันในรายละเอียด ทั้งนี้เราไม่ได้ปฏิเสธเรื่องรัฐบาลแห่งชาติ อย่างไรก็ตาม พรรคพลังประชาชนได้มีการเก็บข้อมูลมากมายจากกระแสและงานต่างๆ โดยเราเชื่อว่าภายใน 1-2 วันนี้ เราจะสามารถสรุปได้

"ยงยุทธ"รับเป็นคนกลางถก"หมัก" เผยไม่แน่ใจได้เจอหรือไม่
นายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตรองหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชน กล่าวภายหลังเป็นแกนนำประชุมร่วมกับ ส.ส.ของพรรคพลังประชาชน ว่า ที่ประชุมวันนี้ ได้มีมติให้ตนพูดคุยกับ นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชนและอดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อนำความเห็นของสมาชิก ส.ส.ให้นายสมัครรับรู้ ว่ามีรายละเอียดอย่างไร อย่างไรก็ตาม ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด และยังไม่มั่นใจว่านายสมัคร จะให้เข้าพบหรือไม่ แต่ก็จะพยายามดำเนินการโดยเร็วที่สุด อย่างไรก็ตามนายยงยุทธ ไม่ตอบคำถามผู้สื่อข่าวว่าที่ประชุมวันนี้ยังจะเลือกให้นายสมัครเป็นนายกฯ อีกครั้งหรือไม่ กล่าวแต่เพียงว่าขอพูดคุยกับนายสมัครก่อน อีกทั้งเห็นว่านายสมัครเป็นคนดี เป็นคนตรงไปตรงมา และทำงานเพื่อพรรค ซึ่งเกียรติยศศักดิ์ศรีของนายสมัครที่ถูกทำลายไป สมาชิกก็ได้ร่วมกันคิดว่าจะช่วยปกป้องได้อย่างไร อย่างไรก็ตาม จุดยืนของพรรคในวันนี้ยังสนับสนุนคนในพรรคพลังประชาชนเป็นนายกรัฐมนตรี
ส่วนที่ ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกพรรคพลังประชาชน แถลงวานนี้ (9 ก.ย.) ว่า พรรคพลังประชาชนจะมีมติสนับสนุนเลือกนายสมัครเป็นนายกฯ นั้น นายยงยุทธ กล่าวว่า ในการประชุมเมื่อวานนี้ มีผู้เข้าร่วมประชุมน้อยถือว่ายังไม่เพียงพอ จึงทำให้ต้องมีการพูดคุยกันเพิ่มเติม ซึ่งจะเป็นเรื่องที่ต้องมีการหารือกับนายสมัครอีกครั้ง และยังกล่าวถึงกระแสข่าว ส.ส.ในภาคเหนือ สนับสนุนนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รักษาการรองนายกรัฐมนตรี เป็นนายกรัฐมนตรี ว่า เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของสมาชิกบางคนเท่านั้น

"เลี้ยบ"เผยไม่มีโอกาสคุยกับ"หมัก" ยังแทงกั๊กนั่งนายกฯ

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 10 ก.ย. ที่กระทรวงการคลัง นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รักษาการรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชาชน (พปช.) แถลงภายหลังหารือร่วมกับนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า สมาชิกพรรคพลังประชาชนบางส่วนไม่ต้องการเสนอชื่อ นายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี ว่า ขณะนี้ความคิดเห็นยังหลากหลาย ดังนั้น คงต้องรอผลการประชุมหารือร่วมกันในวันที่ 11 กันยายน 2551 ก่อน และเมื่อพรรคมีมติออกมาอย่างไรก็ต้องเป็นไปตามนั้น เช่นเดียวกับกรณีที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ไม่ต้องการให้นายสมัครกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีก พร้อมทั้ง เสนอชื่อนายบรรหาร ตนมองว่าเป็นหนึ่งในความคิดเห็นของประชาชนซึ่งเราต้องหาข้อมูลให้ได้มากที่สุด จากนั้น จะนำมาประมวลความเห็นให้ได้ทิศทางต่อไป แต่ยืนยันว่านายกรัฐมนตรีจะต้องมาจากพรรคพลังประชาชนที่มีเสียงข้างมาก

เมื่อถามว่า หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้นายสมัครพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้มีโอกาสหารือกับนายสมัครหรือไม่ นพ.สุรพงษ์ กล่าวว่า ถึงขณะนี้ยังไม่มีโอกาสได้พูดคุยกับนายสมัครเลย ส่วนกรณีที่หากมีผู้เสนอชื่อตนเอง ให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปนั้น เป็นเรื่องที่ยังมาไม่ถึง และเป็นการถามที่ข้ามขั้นเกินไป อย่างไรก็ตาม พรรคพลังประชาชนจะประมวลเรื่องมาประกอบก่อนตัดสินใจเสนอชื่อบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรี
พปช.ไม่สนจับมือปชป. อ้างจำเป็นต้องตรวจสอบถ่วงดุล

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 10 ก.ย.ที่กระทรวงการคลัง นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รักษาการรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชาชน (พปช.) แถลงภายหลังหารือร่วมกับนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ถึงกรณีที่นักวิชาการเสนอให้พรรคพลังประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์ จับมือกันจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ เพื่อแก้ไขวิกฤตของประเทศ ว่า เป็นสิ่งที่ต้องรับฟัง แต่จำเป็นต้องนำมาวิเคราะห์ถึงข้อดีข้อเสียด้วย โดยเฉพาะเรื่องการต้องถ่วงดุลและตรวจสอบกันและกัน

นพ.สุรพงษ์ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่มีสมาชิกพรรคพลังประชาชนออกมาแถลงว่า พรรคพลังประชาชนมีมติเตรียมเสนอชื่อนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรค เป็นนายกรัฐมนตรีรอบสองนั้น ขอชี้แจงว่าเป็นเพียงแค่การหารือประชุมสมาชิกพรรคเพื่อเตรียมประชุมสภาเท่านั้น ซึ่งไม่ใช่มติของพรรคพรรคพลังประชาชน โดยมติพรรคต้องรอการหารือวันที่ 11 กันยายนนี้ แต่คนที่จะมีสิทธิ์ก่อนคือนายสมัคร

"เชาวรินทร์"ระบุ"หมัก"ไม่เหมาะสมเป็นนายกฯ อีก
ร.ต.ท.เชาวรินทร์ ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.ระบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน กล่าวเมื่อวันที่ 10 ก.ย.ว่า นายสมัคร สุนทรเวช ไม่มีความเหมาะสมที่จะกลับมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพราะนายสมัครยังมีคดีความที่ยังพิจารณาไม่เสร็จสิ้นอีกหลายคดี ซึ่งอาจกลายเป็นปัญหาได้ในภายหลัง นอกจากนี้ ยังมีบุคคลอื่นๆ ที่เหมาะสมกับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเป็นบุคคลจากพรรคพลังประชาชนหรือพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ ก็ตาม

ด้านนายพีรพันธุ์ พาลุสุ รองเลขาธิการพรรคพลังประชาชนและกลุ่มอีสานพัฒนา กล่าวว่า มติของพรรคไม่ควรมีความรวบรัดที่จะเสนอนายสมัครกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีก คิดว่าควรมีการหารือร่วมกับอย่างเป็นทางการอีกครั้ง รวมทั้งควรเปิดโอกาสในพรรคร่วมรัฐบาลเข้ามาหารือด้วย โดยส่วนตัวตนต้องการสนับสนุนนายสมชาย วงค์สวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน เป็นนายกรัฐมนตรี "สมชาย"ยัน"เติ้ง"หนุนพปช.เดินสายพบ หน.5พรรคร่วม

นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รักษาการนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน (พปช.) กล่าวเมื่อวันที่ 10 ก.ย. ว่า นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ยืนยันสนับสนุนพรรค พปช.เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลต่อไปจากนี้จะเดินทางไปพบนายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช และพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ จนครบ 5 พรรคการเมือง

"วันนี้เท่าที่คุยคุณบรรหาร ยืนยันพรรคชาติไทยเห็นชอบที่จะร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชนต่อไป" นายสมชาย กล่าวภายหลังเข้าหารือกับนายบรรหาร ที่ทำการพรรคชาติไทยเมื่อช่วงเช้า

"เลี้ยบ"เผยหลังถก"เติ้ง" ยันนายกฯ ต้องมาจากพปช.

นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รักษาการรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชาชน กล่าวเมื่อวันที่ 10 ก.ย.ภายหลังการหารือกับนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ว่า นายกรัฐมนตรีคนต่อไปต้องมาจากพรรคพลังประชาชนแน่นอน และนายบรรหารยังต้องการให้พรรคที่มีเสียงข้างมากเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

"ยงยุทธ"นัดส.ส.พปช.ถกโหวตนายกฯ ปัดเป็น"งูเห่า"

นายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน กล่าวเมื่อวันที่ 10 ก.ย.ถึงกรณีที่สภาผู้แทนราษฎรจะโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ว่า การหารือของ ส.ส.พรรคพลังประชาชนในวันที่ 10 ก.ย.นี้ ซึ่งมีส.ส.ภาคเหนือ ภาคกลางและภาคอีสานร่วมหารือนั้น ยืนยันว่าไม่ได้เป็นกลุ่มงูเห่า ที่หวังไปรวมกับพรรคประชาธิปัตย์ แต่เป็นการหารือเพื่อหาทางออกของปัญหา ซึ่งเป็นใหญ่ระดับประเทศ

ส่วนที่จะสนับสนุน นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน เป็นนายกรัฐมนตรี หรือไม่นั้น นายยงยุทธ กล่าวว่า คงจะหารือกันในที่ประชุมวันนี้ก่อนนำเสนอความคิดเห็นต่อที่ประชุมพรรค

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส.ส.พลังประชาชนที่เข้าร่วมประชุมครั้งนี้มีหลายคน เช่น นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม แกนนำกลุ่มอีสานพัฒนา พล.ต.ศรชัย มนตริวัต ส.ส.กาญจนบุรี และนายการุณ โหสกุล ส.ส. กทม.

"สมชาย"รับพบ"เติ้ง" หวังกระชับความสัมพันธ์พรรคร่วม
เมื่อเวลา 11.00 น. นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รักษาการนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ให้สัมภาษณ์หลังเดินทางมายังพรรคชาติไทย เพื่อพบนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย พร้อมด้วยนายสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เลขาธิการพรรคพลังประชาชน และนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ว่า ขอไปคุยกับหัวหน้าพรรคชาติไทยก่อน ซึ่งพรรคพลังประชาชนได้ตั้งตน 3 คนมาพูดคุยกับพรรคชาติไทย ซึ่งจุดมุ่งหมายก็เป็นที่ทราบกันอยู่เพราะเป็นเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเหมือนกัน และที่มาวันนี้เพื่อกระชับความสัมพันธ์ของพรรคร่วมรัฐบาลด้วย
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ที่มาหารือเพื่อขอให้นายบรรหาร สนับสนุนนายสมัคร สุนทรเวช นั่งนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายสมชายกล่าวว่า ยังไม่ได้คุยกัน ไว้คุยแล้วจะมาบอก
เมื่อถามถึงกรณีที่กลุ่มอีสานพัฒนาออกมาบอกว่าที่พรรคมีมติหนุนนายสมัครนั้นไม่ใช่มติของพรรค นายสมชาย กล่าวว่า ยังไม่มีการหารือกับลูกพรรคพลังประชาชน เพราะเพิ่งกลับมาจากจังหวัดอุดรธานี

"เลี้ยบ"นำถก"เติ้ง-พรรคร่วม"หานายกฯใหม่ แถลงบ่าย2นพ.สุรพงษ์ สืบวงษ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะเลขาธิการ พรรคพลังประชาชน (พปช.) เปิดเผยว่า ตนเตรียมตัวเดินทางไปพบนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย และพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อหารือถึงทิศทางการทำงานต่อไปของพรรคร่วมรัฐบาล รวมถึงการสรรหานายกรัฐมนตรีคนใหม่ แทนนายสมัคร สุนทรเวช ที่ถุกศาลตัดสินให้สิ้นสุดสภาพการเป็นนายกรัฐมนตรีไปเมื่อวันที่ 9 ก.ย.
ทั้งนี้ เลขาธิการ พรรคพลังประชาชน ระบุว่า ภายหลังจากเสร็จสิ้นการหารือร่วมกันของพรรคร่วมรัฐบาลแล้ว จะแถลงข่าวรายละอียดให้ทราบอีกครั้งในเวลา 14.00 น. ที่กระทรวงการคลัง

"เลี้ยบ"เตรียมเข้าพบ"เติ้ง"ที่พรรคชาติไทยวันนี้

นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชาชน(พปช.)กล่าวว่า จะไปเข้าพบนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ในเวลา 11.00 น.วันนี้ เพื่อหารือ ก่อนที่จะมีการเลือกนายกรัฐมนตรีในรัฐสภาในวันศุกร์นี้
"ผมจะไปคุยกับท่านบรรหาร เวลา 11 โมงวันนี้ที่พรรคชาติไทย" เลขาธิการ พปช.กล่าวสั้น ๆ เมื่อถามว่าพรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 6 พรรคยังเหนียวแน่นกันอยู่หรือไม่ หลังวานนี้(9 กันยายน) ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยให้นายสมัคร สุนทรเวช สิ้นสุดความเป็นนายกรัฐมนตรี ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ กรณีเป็นพิธีกรดำเนินรายการ"ชิมไปบ่นไป" และ"ยกโขยงหกโมงเช้า"ที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์
"อีสานพัฒนา"อ้างผลประชุมพปช.เลือก"หมัก" ไม่ใช่มติพรรค

นายไพจิตร ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม พรรคพลังประชาชน แกนนำกลุ่มอีสานพัฒนา กล่าวว่า ผลการประชุมพรรคเมื่อวานนี้ ยังไม่ถือเป็นมติของพรรค เพราะเป็นเพียงการประชุมกลุ่มย่อยเท่านั้น โดยจะมีการประชุมอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ก่อนการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันศุกร์นี้(12 ก.ย.) ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการพูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลมาโดยตลอด และขอขอบคุณที่พรรคร่วมรัฐบาลยังให้การสนับสนุนพรรคพลังประชาชนอยู่
นายไพจิตร กล่าวเพิ่มเติมว่า ยอมรับว่าทางกลุ่มได้มีการพูดคุยกับพรรคประชาธิปัตย์บ้างแล้ว แต่ยังไม่ถึงขั้นที่จะตัดสินใจไปร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อจัดตั้งรัฐบาล เพราะเสียงยังก้ำกึ่ง ซึ่ง ส.ส. ก็ต้องถามประชาชนในพื้นที่ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้เห็นว่า นายกรัฐมนตรีคนใหม่จะต้องลดความขัดแย้งในสังคมได้ เพื่อหาทางออกให้กับบ้านเมือง แต่หากเป็นนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรีก็คิดว่ายังมีช่องทางแก้ไขที่จะหาทางออกได้

"ชัย" นัดเปิดสภา12ก.ย.โหวตนายกฯ

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 9 กันยายน นายวิทยา บูรณศิริ ประธานวิปรัฐบาลเดินทางเข้าพบนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่รัฐสภาเพื่อหารือขอเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิเศษ เพื่อเลือกนายกฯ โดยใช้เวลาหารือประมาณ 10 นาที จากนั้น นายวิทยาเข้าพบนายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

จนกระทั่งเวลา 18.15 น. นายพิทูรนำส่งโทรสารคำวินิจฉัยกลางของศาลรัฐธรรมนูญไปมอบให้กับนายชัย ในห้องทำงาน จากนั้น นายชัยให้สัมภาษณ์ว่า นัดประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อโหวตเลือกนายกฯในวันที่ 12 กันยายน เวลา 09.30 น. โดยค่ำวันนี้จะส่งหนังสือเชิญ ส.ส.นัดประชุมตามที่ข้อบังคับการประชุมสภากำหนด ว่า ต้องให้สมาชิกทราบล่วงหน้า 3 วัน ส่วนใครจะเป็นนายกฯก็ต้องแล้วแต่สภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้เลือก

มติพปช.อุ้ม"สมัคร"นั่งนายกฯต่อ

ความเคลื่อนไหวทางการเมือง หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า นายสมัคร สุนทรเวช ขาดคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรี ทำให้ต้องพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ทำให้ต้องจับทิศทางความเคลื่อนไหวทางการเมืองในเรื่องต่างๆ รวมทั้งการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ในวันที่ 12 กันยายนนี้

เมื่อเวลา 16.40 น. ที่ทำการพรรคพลังประชาชน (พปช.) อาคารไอเอฟซีที ถนนเพชรบุรี ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกพรรค พปช. แถลงภายหลังการประชุมพรรค พปช. ว่า ที่ประชุม มีมติเป็นเอกฉันท์ที่จะโหวตเลือกนายสมัคร กลับเข้าดำรงตำแหน่งนายกฯอีกครั้ง เนื่องจากเป็นคนที่เหมาะสมที่สุด ที่ผ่านมานายสมัครเสียสละให้พรรคมามาก และสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดร้ายแรง แต่เป็นความเข้าใจข้อกฎหมายคลาดเคลื่อน และไม่มีบทบัญญัติใดห้ามกลับมารับตำแหน่ง อีกทั้งนายสมัครยังเป็น ส.ส.สัดส่วน พปช. ดังนั้นจึงมีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะกลับมาเป็นายกฯ

"พวกผมจะไม่ยอมจำนนต่อคนที่มีเจตนาร้ายต่อพรรคพลังประชาชน พวกผมจะต่อสู้ตามวิถีทางกฎหมายและเชื่อว่ามีคนจำนวนมหาศาลสนับสนุนให้รัฐบาลสู้ต่อไป" ร.ท.กุเทพกล่าว

ขณะที่นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ส.ส.นครราชสีมา พปช.และรองโฆษกพรรค กล่าวว่า พปช.ต้องกอดคอกันไว้เพื่อพิสูจน์ให้ระบบตุลาการเห็นว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้ทำอะไรพวกเราไม่ได้ การตัดสินเช่นนี้น่าอายชาวโลกว่านายกฯไทยต้องพ้นจากตำแหน่งเพราะจัดรายการอาหาร

พปช.โห่ศาลรธน.ไม่เป็นธรรม

ข่าวแจ้งว่า การประชุมพรรค พปช. เป็นไปอย่างเงียบเหงา เนื่องจากนายสมัคร รวมถึงรัฐมนตรี พปช.ไม่ได้ร่วมประชุมด้วย ทั้งนี้ มีนายสุวัฒน์ วรรณศิริกุล รองหัวหน้าพรรคทำหน้าที่ประธานในการประชุม ซึ่งระหว่างการประชุมมีการถ่ายทอดผลการวินิจฉัยของตุลาการรัฐธรรมนูญ ผ่านจอโปรเจ็คเตอร์ขนาดใหญ่ และทันทีที่ตุลาการรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยเสร็จสิ้น ส.ส.พปช.ต่างโห่ร้องแสดงความไม่พอใจ โดยมี ส.ส.ของพรรคคนหนึ่งตะโกนว่าเราไม่ได้รับความเป็นธรรม เป็นไปตามที่ธงเขาตั้งไว้

จากนั้นที่ประชุมให้ประธานที่ประชุมขอมติพรรคเพื่อสนับสนุนนายสมัคร เป็นนายกฯต่อไป โดย ส.ส.เกือบทั้งหมดยกมือสนับสนุน และให้เร่งเปิดประชุมสภาเพื่อเลือกนายกฯโดยเร็ว เพราะเกรงว่าจะมีปัญหาตามมา ที่ประชุมจึงสรุปว่าจะเรียกประชุม ส.ส.พรรคเป็นการด่วนภายในวันที่ 10-11 กันยายนก่อนที่จะโหวตเลือกนายกฯ คนใหม่ในวันที่ 12 กันยายน
ข่าวแจ้งว่า

อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่มีการเสนอชื่อนายสมัคร มี ส.ส.บางส่วนตั้งข้อสังเกตว่าการเลือกนายสมัครกลับเข้ามาอีกครั้งจะทำให้การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย มีความรุนแรงมากขึ้น แต่มี ส.ส.บางส่วนตอบโต้ว่าหากกลุ่มพันธมิตรจะนำไปเป็นเงื่อนไขก็ให้ทำไป เพราะเราก็มีกลุ่ม นปช. สนับสนุนอยู่และพร้อมที่จะแสดงพลังเหมือนกัน

เผย"เลี้ยบ"กล่อม 5 พรรคร่วมอยู่หมัด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเสร็จการประชุมพรรค พปช.ช่วง 17.00 น.แล้ว แกนนำ ส.ส.พรรคจำนวนหนึ่ง ได้หารือร่วมกับแกนนำ ส.ส.กลุ่มเพื่อนเนวิน และอดีตแกนนำพรรคไทยรักไทย (ทรท.) บางคน เพื่อรอคำยืนยันจากแกนนำพรรค พปช. ที่อยู่ระหว่างประสานงานกับแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 5 พรรคว่าจะยังร่วมรัฐบาลกับพรรค พปช.ต่อไปหรือไม่ จนกระทั่งเวลาประมาณ 17.30 น. จึงได้รับคำยืนยันจากแกนนำพรรค พปช.ว่า ประสานงานกับแกนนำทั้ง 5 พรรคเรียบร้อยแล้ว

นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รองโฆษก พปช. กล่าวว่า ที่ประชุม ส.ส.พรรค พปช. ได้หารือกันในช่วงเย็นอีกครั้ง โดยได้รับคำยืนยันจาก นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรค พปช. ทางโทรศัพท์ว่าได้ประสานงานกับพรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 5 พรรคเรียบร้อยแล้ว โดยมีข้อสรุปร่วมกันว่าจะยังร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลและสนับสนุนนายสมัคร เป็นนายกฯอีกครั้ง

"อีสานพัฒนา" ค้าน "สมัคร" คืนเก้าอี้

รายงานข่าวแจ้งว่า ระหว่างการประชุมพรรค พปช.ที่มีการเสนอให้นายสมัคร เป็นนายกฯอีกครั้งหนึ่งนั้น แต่ส.ส.บางส่วน อาทิ พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ ส.ส.นครราชสีมา และนายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม หัวหน้ากลุ่มอีสานพัฒนา คัดค้าน โดยเห็นว่าควรหารือกันให้รอบคอบมากกว่านี้ เนื่องจากขณะนี้บ้านเมืองเกิดวิกฤต หากนายสมัคร กลับมาเป็นนายกฯอีกครั้งปัญหาความขัดแย้งอาจทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น

พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ ยอมรับว่า ตนและนายไพจิต ศรีวรขาน เห็นว่า พปช.จะต้องพิจารณาตัวบุคคลที่จะมาเป็นนายกฯด้วยความรอบคอบ โดยส่วนตัวเห็นว่าผู้บริหารพรรคต้องเปิดใจขอความเห็นจากพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อเปิดโอกาสให้บุคคลอื่นในพรรคร่วมรัฐบาลได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกฯได้ เมื่อถามว่ามีการเสนอชื่อนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นนายกฯคนต่อไปหรือไม่ พ.ต.ท.สมชาย กล่าวว่า นายสมพงษ์มีความเหมาะสม เพราะเป็นคนดี ประนีประนอม รับฟังเหตุผลของทุกฝ่าย จากการที่ตนพูดคุยกับส.ส.ในพรรคก็ไม่มีใครขัดข้อง

เตรียม "2ส." สำรองถ้า"สมัคร"ถอดใจ

ด้าน พ.ต.ท.กานต์ เทียนแก้ว รองหัวหน้าพรรค พปช.กล่าวว่า พรรค พปช. และพรรคร่วมรัฐบาลยินดีสนับสนุนนายสมัครเป็นนายกฯต่อไป แต่ถ้านายสมัคร ถอดใจก็สำรองบุคคลของพรรคไว้แล้ว 2-3 คน เป็นชื่อที่ขึ้นต้นด้วยอักษร "ส."

นายสุรสิทธิ์ เจียมวิจักษณ์ ส.ส.เชียงราย พปช. กล่าวว่า หากเลือกนายสมัครเป็นนายกฯอีกรอบจะทำให้ปัญหาไม่จบ ตนเห็นว่าคนที่เหมาะสมต้องเป็นคนที่สามารถลดแรงกดดันได้ และมีความนิ่มนวล ซึ่งคือนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองหัวหน้า พปช. เนื่องจากเคยอยู่ในแวดวงตุลาการ ดังนั้น ย่อมประสานงานให้ปัญหาการเมืองคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีได้ แม้ว่านายสมชาย จะมีภาพใกล้ชิด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ตามแต่วันนี้ความสงบสุขของบ้านเมืองเป็นเรื่องสำคัญ

นายวัฒนา เซ่งไพเราะ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. พรรค พปช.กล่าวว่า ผลจากการประชุมภาค กทม. มีมติสนับสนุนนายสมัคร เป็นนายกฯต่อไป ทั้งนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย (ทรท.) ได้แจ้งมายังสมาชิกของ กทม.ว่านายสมัครยังมีคุณสมบัติที่จะเป็นนายกฯ ต่อไป

พปช.เหนือดัน "สมชาย-สมพงษ์" สู้

รายงานข่าวอีกกระแสแจ้งว่า ส.ส.กลุ่มอีสานพัฒนา จับมือกับกลุ่ม ส.ส.ภาคเหนือ ที่มีนายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานสภา และนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล อดีตกรรมการบริหารพรรค ทรท. ให้การสนับสนุน ได้เรียก ส.ส.ป็นรายคนไปที่ ชั้น 8 อาคารที่ทำการพรรคไทยรักไทย เพื่อล็อบบี้ให้สนับสนุนนายสมชาย วงศสวัสดิ์ หรือนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ เป็นนายกฯ แทนนายสมัคร โดยยื่นเงื่อนไขเป็นผลประโยชน์พิเศษ พร้อมอ้างว่าเป็นกลุ่มสายตรง พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ให้ตัวแทนกลุ่มตัวเองไปตั้งพรรคเพื่อไทยสำรองไว้ เพราะคาดว่า พปช.จะถูกยุบแน่นอน ดังนั้นหากใครที่มีความเห็นเป็นอย่างอื่นก็จะไม่ส่งลงสมัคร ส.ส.ในนามพรรคเพื่อไทย

ข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้ 2 กลุ่มนี้เจรจากับแกนนำพรรคชาติไทย เนื่องจากมีความพยายามที่จะสนับสนุนนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย เป็นนายกฯด้วย แต่ในที่สุดเมื่อมีมติที่ประชุมพรรคก็เอาตามเสียงส่วนใหญ่ที่สนับสนุนนายสมัคร

"สมพงษ์-สมชาย-เลี้ยบ" ปัดนั่งนายกฯ

ก่อนหน้านี้ ด้านนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกระแสข่าวจะเป็นนายกฯ สำรองว่า "ผมก็ไม่ทราบว่ามาได้อย่างไร สื่อมวลชนไปเขียนกันเอาเอง หรือจะเป็นเพราะชื่อ ส. เหมือนกัน"

ขณะที่ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ต่างปฏิเสธข่าวที่ตัวเองเป็นนายกฯสำรอง ว่าไม่เป็นความจริง
นายยืนหยัด ใจสมุทร ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และทีมกฎหมายพรรค พปช. กล่าวว่า เมื่อนายกฯต้องพ้นไป บุคคลที่มาเป็นนายกฯรักษาการ ก็คือ รองนายกฯคนที่ 1 คือนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งรักษาการนายกฯสามารถยุบสภาได้ เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดห้ามเอาไว้

09 กันยายน 2551

Banharn tipped as next PM if Samak disqualified

By The Nation


Chart Thai Party leader Banharn Silapa-archa might emerge as the next prime minister if incumbent Samak Sundaravej was disqualified by the Constitution Court this afternoon, Banharn's deputy Somsak Prissanananthakul said on Tuesday.

Should Samak be removed from office by the judicial review, the Chart Thai Party would convene an urgent meeting to assess the situation which might lead to the nomination of Banharn, Somsak said.

Somsak has insisted that every coalition partner has a chance to replace Samak.

Verdict on Samak ready for reading: Charan

By The Nation



Constitution Court judge Charan Pakdeethanakul said on Tuesday that the verdict on the prime minister's qualifications was ready for release this afternoon as scheduled.

The high court will hand down its decision at 2.00 pm. At stake is the job of Samak Sundaravej accused of violating a constitutional ban by involving in two cooking shows.

Should Samak be disqualified from office, the high court is expected to address the legal issue of whether he could remain a caretaker leader pending the election of a new prime minister.

Why was Samak disqualified?







By The Nation

The Constitution Court on Tuesday reached an unanimous decision of 9-0 to disqualify Prime Minister Samak Sundaravej on grounds for conflict of interest relating to his involvement in two cooking shows.


The high court ruled that Samak lost his job by an individual offence, hence although his Cabinet would face a mandatory removal, it could act as the caretaker administration pending the formation of a new government.


Of the nine presiding judges, six said Samak's involvement as honourary show host has constituted a status as an employee of programme producer, Face Media Co.


Three said his involvement could be interpreted as a business partner.
The nine judges cited the intent of Article 267 of the 2007 Constitution for preempting Cabinet members, including the prime minister, from committing a conflict of interest.


Under the provision, the legal definition of being employed or the status of employee is broader than that specified in the Civil Code and relevant labour laws.




Evidence showed that Samak continued to host the two shows after he assumed office in February. Furthermore he received allowances, such as petrol expenses which could be contrued as income earnings. And he got involved with the show which is a business transaction designed to seek profits.
-->

03 กันยายน 2551

More countries issue travel warnings against Thailand visit

By The Nation

Singapore, China, Taiwan, New Zealand, Switzerland, France and Denmark have joined the group of countries who have issued travel warnings against travelling into Thailand.

Since Thailand announced the state of emergency on Tuesday, five countries immediately issued the warnings - Australia, Canada, Japan, South Korea and United Kingdom.

Association of Thai Travel Agents (ATTA) president Apichart Sankary said the political unrest should end before September 15, which is the start of the high season of tourism industry.

Prakit Shinamourphong, president of Thai Hotels Association (THA), said business operators are worrying over political turmoil. "It is too soon to finalise the degree of impact on the hotel and tourism business, but operators are not happy with the situation," said Prakit.

A number of tourists have checked out from hotels in Thailand for fears that state enterprises' labour union strikes could disrupt their travelling plans. Importantly, the Hat Yai International Airport has remained shut down while some train services to the South are halted.
-->

STATE OF EMERGENCY

PAD remains defiant as pressure mounts on Samak

By The NationPublished on September 3, 2008

So far, life goes on as usual for PAD, but academics and advocacy groups are calling on Prime Minister Samak Sundaravej to either step down or dissolve Parliament.

As more protesters poured into Government House, where music continued to play and defiant speakers continued to address vociferous crowds, the state of emergency declared by Prime Minister Samak Sundaravej Tuesday morning seemed to have serious effects on only one person _ himself.

As of 2 am Wednesday, it remained business as usual for the People's Alliance for Democracy at Government House. There were concerns, and rumours, that security forces could move in any time to enforce the emergency law following early Tuesday morning's clashes between pro- and anti-government protesters that left one man dead and dozens injured.

Since the declaration of the state of emergency Tuesday morning, the protesters remained free to move about the city and continue with their rally routines at Government House. In addition, the PAD has staged another rally in front of ASTV office on Tha Pra-arthit Road to guard against any effort to shut down its cable TV station.

On Tuesday night, ASTV started airing with the screen divided equally to cover the activities at the main stage inside the Government House and the smaller gathering near the ASTV office.

The Government House crowd at around 1am on Wednesday seemed to surpass the one on Tuesday morning. Apart from the regular protesters clad in yellow and decorated with PAD's accessories, the rally welcomed medical students from the Hua Chiew Chalerm Prakiat University. They took the stage at 1am and expressed their support for the PAD's campaign.

Despite Samak's controversial strategy of shifting responsibility to the Army, its commander Gen Anupong Paojinda remarkably dealt with the added pressure. He won praises from several corners following his no-coup pledge and vow not to resort to violence against the protesters.

Suriyasai Takasila, a key PAD member, told the protesters that the state of emergency meant that the military was in charge of the situation, "which is good because we can't trust the police."

So far, it was seemingly Samak whom the state of emergency has backfired against. Despite the purported restrictions on certain civil liberties, both pro- and anti-government groups yesterday continued their protests inside Government House and other spots in Bangkok and provincial cities.

Criticism against Samak was echoed through many sectors, from student groups to university rectors.

A group of 40 senators, led by Bangkok Senator Rosana Tositrakul, said the premier should quit, while Sombat Thamrongthanyawong, president of the National Institute of Development Administration (NIDA), said Samak was passing the buck to the military by imposing emergency rule.

He must either resign or dissolve the House of Representatives for the sake of the country, said the NIDA chief.

Teerana Bhongmakapat, dean of Chulalongkorn University's Economics Faculty, said the government should show responsibility and help avoid more violence by resigning from office.

Other advocacy groups said the premier should be held accountable for the deadly clash between pro- and anti-government crowds in the early hours of Tuesday, in which one person was killed and 40 injured.

These groups also called on government coalition parties to step up pressure on Samak by quitting the government, while urging Army chief General Anupong Paochinda, who is in charge of emergency rule, to refrain from using force to crack down on protesters.

The National Human Rights Commission also issued a statement opposing the state of emergency declared over Bangkok.

The state of emergency is a draconian security measure that will further inflame the situation, it said.

Under emergency rule, assemblies of more than five people are banned. However, about 4,000 protesters led by the People's Alliance for Democracy remained at a rally at the seat of government.

PAD-led crowds also laid siege to Hat Yai Airport, which resulted in the cancellation of all flights between the southern hub and Bangkok.

Thammasat University rector Surapon Nitikraipot and the university's 42 executives suggested the House should be dissolved to defuse tensions.

However, Suchao Meenongwa, a political science lecturer at Ubon Ratchathani Rajabhat University, said it was the anti-government PAD which had provoked the increasing violence.

In the meantime, a civic group in the Northeast issued a statement after a meeting at Si Sa Ket Rajabhat University condemning the PAD's behaviour.

The group also condemned the plan by state enterprise unions to halt public services.
Other groups opposing the state of emergency include groups of rural doctors and dentists and academics from Chulalongkorn University, Mahidol University and Naresuan University.


Students from Khon Kaen University and NIDA are among the groups demanding the premier's resignation.

Finance Ministry spokesman Somchai Sujjapongse said if the political conflict were to be prolonged, it would hit consumption, investment and tourism.

Meanwhile, media associations - including the Thai Journalists Association, the National Press Council of Thailand and the Thai Broadcast Journalists Association - said the 2005 law allowing for emergency decrees was against the intent of the Constitution as it restricts people's right to know.

PAD leaders appeal arrest warrants

The nine leaders of the People's Alliance for Democracy petitioned on Wednesday the Appeals Court to revoke the warrant to arrest them on serious charges including treason.

This is a second appeal to cancel the warrants approved by the Criminal Court.

In its appellate argument, the PAD contends that the Criminal Court failed to factor in the justification of the charges filed against the nine PAD leaders before sanctioning the police to issue the warrants.

In the first appeal, the PAD failed to win a favourable verdict after the defence focused on the process of issuing the warrants rather than the charges.

To counter the PAD, the Metropolitan Police Bureau submitted a writ to rebut the argument that the charges were unjustified.

The police's writ outlines the evidence as cause to suspect the alleged treason.

'มือที่3-มือที่มองไม่เห็น'สัญญาณอันตราย

ยืนยันว่าจะรักษาระบอบประชาธิปไตย ด้วยความอดทน อดกลั้น แต่จะให้ตนตัดช่องน้อยเอาตัวรอด โดยเขาจะเปลี่ยนระบบการปกครอง โดยเอาระบอบใหม่เข้ามา 70:30 แบบนี้ผมยอมไม่ได้ ผมเป็นคนปากกับใจตรงกัน และไม่ใช่คนวิเศษที่จะเปลี่ยนตัวนายกฯ ไม่ได้ แต่ระบอบต้องเปลี่ยนตัวนายกฯ นอกจากนี้ผมเป็น รมว.กลาโหมก็บอกเจรจากับทหารให้อยู่ในที่ตั้งตรงนี้เป็นความเลวหรือ ไม่ ผมเดินหน้ามาถึงขนาดนี้ประคับประคองทุกอย่าง ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นอุบัติเหตุ มีตำรวจบาดเจ็บ 27 คน และสาบานจะรักษาระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และตนรักบ้านเมืองนี้เท่าทุกคน และมากกว่าคนที่บอกให้เสียสละโดยยุบสภา”

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ลุกขึ้นกล่าวขอบคุณสมาชิกรัฐสภา ช่วงวันที่ 31 ส.ค. ต่อเนื่องวันที่ 1 ก.ย.

การประชุมรัฐสภาเพื่อแก้วิกฤติที่ใช้เวลาไปกว่า 11 ชั่วโมงนั้นไม่มีอะไรเกิดขึ้น นอกจาก “ความว่างเปล่า” เปลืองน้ำ-เปลืองไฟ

สิ้นเสียง “ปิดประชุมรัฐสภา” ไม่ถึงชั่วโมงก็เกิดเสียงระเบิด “ตูม” ที่ป้อมตำรวจบริเวณเชิงสะพานประชาเกษม ตรงข้ามคุรุสภา ซึ่งอยู่ใกล้สะพานมัฆวานรังสรรค์ที่เป็นที่ชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

จุดประสงค์ของผู้วางระเบิดไม่ต้องการ “มุ่งหมายเอาชีวิต” แต่ต้องการสร้าง สถานการณ์ให้เกิดความหวาดกลัว

ยังไม่รู้ว่าเป็น “ฝีมือ” ใคร จะกลุ่มสีเหลือง กลุ่มสีแดง กลุ่มสีกากีหรือกลุ่มสีเขียว ไม่รู้ แต่ “ฟันธง” กันมาแล้วว่าเป็น “มือที่ 3”

จะมือที่ 3 มือที่ 4 หรือมือที่เท่าไร เรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินก็ไม่ พ้นที่รัฐบาลต้องให้ความคุ้มครองดูแล แต่เมื่อดูผู้มีหน้าที่รับผิดชอบอย่าง “บิ๊กโก” พล.ต.อ. โกวิท วัฒนะ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว. มหาดไทย ผู้ได้รับมอบหมายจากนายสมัคร ให้ดูแลการชุมนุม มีอำนาจสั่งการทั้ง “ตำรวจ”และผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ

เห็นเค้าลางเช่นนี้แล้วก็น่าเป็นห่วง สมัยระเบิด “ป่วนกรุง เทพฯ” ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ครั้งนั้น ก็ “จับมือใครดมไม่ได้” ผบ.ตร. สมัยนั้นก็เป็นคนเดียวกับที่นั่งรองนายกฯ และ รมว.มหาดไทยในปัจจุบัน และ

จะเชื่อหรือไม่ มีเหตุการณ์กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ป่านนี้ถามใครก็ยังไม่รู้เลยว่า “ใครทำ”

สัญญาณอันตรายเริ่มส่งออกมาให้เห็นแล้ว.

นศ.3สถาบันสงขลาประกาศร่วมพธม.ไล่รัฐบาล

วันนี้ ( 3ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณลานวัฒนธรรม ริมถนนเลียบชายหาดชลาทัศน์ อ.เมืองจ.สงขลา ได้มีกลุ่มนักศึกษาประมาณ 1,000 คน จาก 3 สถาบันการศึกษา ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยทักษิณ, มหาวิทยาลัยราชภัฎสงขลา และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ได้มารวมตัวกัน จากนั้นได้เคลื่อนขบวนไปยังศาลากลางจังหวัดสงขลาเพื่ออ่านแถลงการณ์ร่วมของสถาบันการศึกษาต่อท่าทีของรัฐบาลที่มีต่อกลุ่มประชาชนและพันธมิตรที่ทำเนียบรัฐบาล


นายประสาน บุตรวิทย์ นายกองค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยทักษิณ ตัวแทนกลุ่มสถาบันการศึกษา เปิดเผยว่า เนื่องจากกลุ่มเครือข่ายนักศึกษา 3 สถาบันได้เกาะติดสถานการณ์การชุมนุมอย่างต่อเนื่อง และไม่เห็นด้วยต่อการประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินของรัฐบาล เบื้องต้นจึงได้ออกแถลงการณ์ร่วมกันเพื่อยื่นให้กับนายสนธิ เตชานันท์ ผวจ.สงขลาเพื่อแสดงจุดยืนและแสดงออกต่อการมีส่วนร่วมของกลุ่มนักศึกษาที่มีต่อสถานการณ์การเมืองปัจจุบัน โดยเนื้อหาหลักในแถลงการณ์ ประกอบด้วย 1.เรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 2.ให้ทุกฝ่ายเคารพในสิทธิเสรีภาพการแสดงออกของประชาชน โดยงดใช้ความรุนแรงและไม่กระทำการใด ๆ ที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อประชาชนในวงกว้าง 3.เรียกร้องให้นายสมัคร สุนทรเวช ลาออก หรือ ยุบสภา เพื่อเป็นการนำความสงบกลับสู่บ้านเมืองต่อไป ทั้งนี้กลุ่มนักศึกษาจาก 3 สถาบันดังกล่าวในจังหวัดสงขลา ได้ประกาศพร้อมขับร่วมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์อารยะขัดขืนทุกรูปแบบพร้อมกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจังหวัดสงขลาเพื่อกดดันให้รัฐบาลลาออกเพื่อคืนความสงบสุขกลับสู่ประเทศ.

'อภิรักษ์'เปิดhi5 หาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

วันนี้(3 ก.ย.) นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 5

เปิดเผยว่า จากการที่รัฐบาลประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทำให้ศูนย์อำนวยการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ของพรรคประชาธิปัตย์ ต้องปรับแผนการหาเสียงลงพื้นที่พบปะประชาชนจนกว่าจะมีการประกาศยกเลิกภาวะฉุกเฉิน

ทั้งนี้ ในระหว่างที่ยังไม่มีความชัดเจน ประชาชานสามารถติดตามข่าวสาร ความเคลื่อนไหว ตลอดจนนโยบายและกิจกรรมการหาเสียงได้ทางเว็บไซต์ www.futurebangkok.net

ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับเว็บไฮไฟว์ (hi5) ให้ประชาชนหรือแฟนคลับสามารถลิงค์เข้าไปที่ http://apirak-number5.hi5.com เพื่อเสนอแนะข้อคิดเห็นหรือมีส่วนร่วมกำหนดนโยบายบริหารกรุงเทพมหานครได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

นายอภิรักษ์ กล่าวต่อว่า การเปิดไฮไฟว์ในครั้งนี้ เพื่อหาเสียงกับกลุ่มวัยรุ่นด้วย

โดยจะเปิดวันนี้(3ก.ย.) เป็นวันแรก แต่กำลังอยู่ในช่วงพัฒนาระบบ และการตกแต่งรูปให้ดูน่าสนใจ.

5 แบงก์ใหญ่ 21 สาขา พื้นที่ชุมนุม ขอปิดทำการ




แบงก์ 21 สาขาสั่งปิดหนีพื้นที่ชุมนุม ทั้ง "ไทยพาณิชย์-กรุงเทพ-กสิกร-กรุงไทย-ทหารไทย" หวั่นเหตุปะทะกันทำเสียหาย เตรียมแจ้งธนาคารแห่งประเทศไทยให้ทราบต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 2 กันยายน ธนาคารพาณิชย์ที่มีสาขาอยู่บริเวณสถานที่การชุมนุมได้ประกาศปิดทำการและให้ติดตามสถานการณ์วันต่อวัน เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันมีความไม่แน่นอน โดยจะรายงานให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รับทราบต่อไป

นายประเวศ สุทธิรัตน์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ เครือข่ายสายกรุงเทพ ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า กิจการของธนาคารยังคงดำเนินงานปกติ ยกเว้นสาขาที่ใกล้บริเวณการชุมนุมซึ่งให้ปิดทำการไว้ก่อน 11 สาขา

คือ สาขาบางลำพู สาขาอาคารสหประชาชาติ สาขาเทเวศร์ สาขาวิสุทธิกษัตริย์ สาขาราชดำเนินกลาง สาขาย่อยสามเสน สาขาย่อยสำนักราชวัง (สนามเสือป่า) สาขาย่อยมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา สำนักงานเขตวิสุทธิกษัตริย์ สำนักงานศูนย์ธุรกิจบางลำพู ศูนย์ธุรกิจบางลำพู

นายธีระ อภัยวงศ์ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ธนาคารได้ปิดทำการสาขาชั่วคราว 3 สาขา คือ สาขาสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) สาขามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และให้เฝ้าระวังอีกหนึ่งสาขาคือ สาขาผ่านฟ้าลีลาศ

นายอำพล โพธิ์โลหะกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารได้ปิดทำการสาขาธนาคารในพื้นที่ใกล้การชุมนุม 2 สาขา คือสาขาบางลำพู และสาขาเทเวศร์ อย่างไรก็ตามยังไม่มีสัญญาณการแห่ถอนเงินออกจากบัญชีของลูกค้าธนาคารในขณะนี้

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับธนาคารกรุงไทยปิดทำการ 2 สาขาคือ

สาขาทำเนียบรัฐบาลที่ปิดมาตั้งแต่วันแรกของการบุกเข้าทำเนียบของกลุ่มพันธมิตร และสาขากระทรวงศึกษาธิการ ขณะที่ธนาคารทหารไทยปิดทำการ 3 สาขา คือสาขามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สาขาบางลำพู สาขาสนามเสือป่า ขณะที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยาปิดทำการสาขาจักรพรรดิพงศ์และสาขานางเลิ้ง ส่วนธนาคารนครหลวงไทยปิดทำการสาขาบางลำภูแห่งเดียว

จำคุก "เกริกเกียรติ" 35 ปี คดียักยอกทรัพย์บีบีซี




วันนี้ (3 ก.ย.) ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พิพากษาจำคุกนายเกริกเกียรติ ชาลีจันทร์ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงเทพพาณิชยการ จำกัด (มหาชน) หรือบีบีซี เป็นเวลา 35 ปี และปรับเป็นเงิน 4 พันล้านบาทเศษ
ในความผิดฐานยักยอกทรัพย์และเบียดบังทรัพย์ กรณีที่อนุมัติสินเชื่อให้กับบริษัท ซัพพอร์ตซิสเต็มส์ จำกัด โดยมิชอบ และฝ่าฝืนคำสั่งธนาคารแห่งประเทศไทย อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาและพระราชบัญบัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 โดยศาลมีคำสั่งปรับนายจิตตสร ปราโมช ณ อยุธยา ในฐานกรรมการบริหารบริษัทซัพพอร์ตฯ ซึ่งเป็นผู้ร่วมกระทำผิดด้วย เป็นเงิน 6 ล้านบาท รวมทั้งให้จุกคุกนายรังสรรค์ปิยะวงซ์ภิญโญ จำเลยที่ 4 เป็นเวลา 12 ปี แต่ศาลเห็นควรลดโทษให้นายรังสรรค์ 1 ใน 4 คงจำคุกเป็นเวลา 9 ปี ส่วนนายเอกชัย อธิคมนันทะ อดีตผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงเทพพาณิชยการฯ จำเลยที่ 2 ศาลพิพากษายกฟ้อง
ศาลยังมีคำสั่งให้นายเกริกเกียรติ และบริษัทซัพพอร์ตฯร่วมกันคืนเงิน 2 พันล้านบาทเศษ ให้กับธนาคารกรุงเทพพาณิชยการฯ ซึ่งได้ความเสียหายจากการอนุมัติสินเชื่อ ภายหลังศาลมีคำพิพากษา นายเกริกเกียรติได้ยื่นหลักทรัพย์เพื่อประกันตัวจำนวน 4 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีฉ้อโกงและยักยอก ธนาคารกรุงเทพฯพาณิชย์การ หรือ บีบีซี ถือเป็นคดีประวัติศาสตร์ของไทย เพราะนอกจากคดีเกี่ยวข้องกับเม็ดเงินที่มูลค่าสูงกว่า 5 หมื่นล้านบาทแล้ว มีผู้เข้าไปเกี่ยวข้องมากมาย ตั้งแต่ผู้บริหารระดับสูงของธนาคาร นักการเมือง และนายราเกซ สักเสนา อาชญากรทางการเงินคนสำคัญ
โดยคดีบีบีซี เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2539 ปีเดียวกับที่ บีบีซีถูกกระทรวงการคลังเข้ายึดกิจการก่อนปิดกิจการในที่สุด โดยมีผู้ต้องหาสำคัญ 2 คน
คือ เกริกเกียรติ ชาลีจันทร์ อดีตกรรมการผู้จัดการบีบีซี และนายราเกซ สักเสนา อดีตที่ปรึกษาของเกริกเกียรติ เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวโทษอดีตผู้บริหารบีบีซี ว่ากระทำผิดตามกฎหมาย ธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. 2505 และ กฎหมายหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ตามข้อกล่าวหา ฉ้อโกง และ ยักยอก ในรูปคดีเดิมอัยการสั่งฟ้อง เกริกเกียรติ ราเกซ และพวกรวมทั้งสิ้น 24 คดี แต่เมื่อคดีขึ้นสู่ศาล ๆได้รวบคดีที่มีความเกี่ยวเนื่องกันเหลือเพียง 17 คดี

ด่วน! แม้วขายหุ้นเรือใบให้ทุนอาหรับ


พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ประธานและเจ้าของสโมสร "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ตัดสินใจขายหุ้นทั้งหมดในมือให้กับกลุ่มนายทุนจากอาหรับแล้ว โดยอดีตนายกฯ จะได้เป็นประธานสโมสรกิตติมศักดิ์แทน

หลังมีข่าวลือหลุดออกมาในช่วงก่อนหน้านี้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนักถึงขั้นต้องขอกู้ยืมเงินจากจอห์น วอดเดิ้ล อดีตประธานสโมสรมาเพื่อใช้จ่ายภายใน และมีกระแสข่าวว่าอาจจะมีการตัดสินใจขายหุ้นทิ้ง แต่ในรายงานล่าสุดมีข่าวว่า
ทางด้าน "เสี่ยแม้ว" ได้ตัดสินใจยอมขายหุ้นให้กับกลุ่มทุนที่ชื่อว่า อาบูดาบี ยูไนเต็ด กรุ๊ป (Adug) หลังเปิดการเจรจากันเมื่อคืนนี้ที่ดูไบ ดร.ซุไลมาน อัล ฟาฮิม ซีอีโอซึ่งเป็นตัวแทนของ "อาดัก" เผยว่า "เราจะมีการเปิดเผยรายละเอียดในภายหลัง
แต่นี่เป็นช่วงเวลาที่ดีของทั้งสโมสรและของอาบูดาบี" "เป้าหมายของเรานั้นเรียบง่ายมาก นั่นคือการทำให้แมนฯ ซิตี้ กลายเป็นสโมสรที่ใหญ่ที่สุดในพรีเมียร์ลีก และจะต้องเริ่มต้นด้วยการเป็นท็อปโฟร์ให้ได้ในฤดูกาลนี้" และขณะนี้ก็ได้มีการยืนยันอย่างเป็นทางการในแถลงการณ์ของทีมเรือใบสีฟ้าแล้วว่าได้มีการบรรลุข้อตกลงในการเทคโอเวอร์สโมสรจริง โดยพ.ต.ท.ทักษิณ จะได้เป็นประธานสโมสรกิตติมศักดิ์แทน

"แมนฯ ซิตี้ ขอยืนยันว่าได้มีการเซ็นข้อข้อตกลงร่วมกันระหว่างอาบู ดาบี ยูไนเต็ด กรุ๊ป (Adug) และทางแมนฯ ซิตี้" "เวลานี้มีการตรวจสอบกันสำหรับทุกฝ่าย รวมถึงเอฟเอ พรีเมียร์ลีก ที่เข้ามาร่วมด้วย รายละเอียดเพิ่มเติมจะมีการแถลงการณ์เพิ่มโดยสโมสรในระยะเวลาอันใกล้"

กกต.มีมติเป็นเอกฉันท์ ให้ยุบ'พรรคพลังประชาชน'


ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ ( 2 ก.ย.) ว่า การประชุมคณะกรรมการเลือกตั้ง เกี่ยวกับกับการพิจารณาผลสืบสวนสอบสวนเพื่อตรวจสอบข้อเท็จ
จริงกรณีเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งเป็นกรรมการบริหารพรรคการเมือง นายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตส.ส.พรรคพลังประชาชน ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวภายหลังการประชุมว่า กกต.มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ยุบพรรคพลังประชาชน โดยต้องส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดพิจารณาภายใน 30 วัน จากนั้นต้องส่งสำนวนให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาต่อไป

ขณะที่บรรยากาศภายหลังรัฐบาลได้ประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ขึ้นเวทีแจ้งให้ผู้ชุมนุมทราบและขอมติจากผู้ชุมนุมว่าจะยังคงสู้ต่อไปหรือไม่
โดยผู้ชุมนุมส่วนใหญ่เห็นว่า ควรสู้ต่อไป พล.ต.จำลอง จึงตัดสินใจที่จะชุมนุมต่อไป ทั้งนี้ กลุ่มผู้ชุมนุม ไม่มีอาการตระหนกจากการประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉิน เนื่องจากแกนนำฯ ได้ขึ้นเวทีก่อนหน้านี้ และระบุว่า มีความเป็นไปได้ว่า หากเกิดความรุนแรง รัฐบาลจะเลือกใช้มาตรการนี้ จากนั้นได้มีการประกาศบนเวทีให้ผู้ชุมนุมทราบถึงกรณีที่กกต.มีมติเอกฉันท์เสนอยุบพรรคพลังประชาชน

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

"สมัคร"ยืนยันไม่มีทางเลือกอื่น การประกาศภาวะฉุกเฉินเบาสุด


นายกรัฐมนตรี ระบุ ไม่มีทางเลือกอย่างอื่น และการประกาศพรก.สถานการณ์ฉุนเฉินถือว่าเบาสุดแล้ว
(2ก.ย.) เวลา 09.00 น. นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เปิดแถลงข่าวที่กองทัพไทยว่า คณะกรรมการสอบสวนจะดูแลเรื่องนี้ ใครจะมากล่าวหาว่าตนอยู่เบื้องหลังก็สุดแท้แต่ แต่ว่าสถานการณ์สุดที่จะเลือกทางอื่น ทางนี้เบาที่สุด เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ให้จบ โดยเลือกใช้ข้อความเพียงที่จะทำให้ทุกอย่างฝ่ายตร. ทหาร แก้ไขได้


"ผมยืนยันว่าที่ทำนั้นเพื่อแก้ไขปัญบ้านเมือง ใครจะออกความเห็นยังไงก็สุดแท้แต่ ได้แต่วิงวอนขอร้อง นี่มันเรื่องบ้านเมือง อย่าเอาความชิงชังในตัวผม ไปรวบรวมกันมา โดยที่ไม่แตะต้องคนอื่นเลย ผมได้แต่เก็บความขมขื่นไว้ มันอะไรกันนักหนา คนที่ก่อปัญหาให้บ้านเมือง ไม่มีการแต่งต้องเลย เป็นเรื่องน่าเสียใจจริงๆ คนที่ตั้งใจแก้ไขปัญหาบ้านเมืองต้องเจออย่างนี้ แต่ไม่เป็นปัญหา ผมอดทนได้"

นายสมัครกล่าวต่อว่า เมื่อเกิดเหตุตนก็ต้องตัดสินใจ ไม่ได้คิดเพียงคนเดียว ได้คุบกันกับจนท.หารือกัน 2 ชม. ดูกม. รอบคอบ แล้วก็ประกาศไปเมื่อ 7 โมงเช้า ตนทำเพื่อดับชนวนให้เสร็จเรียบร้อย ที่เลือกใช้แต่ละข้อจะไม่กระทบกระเทือน เพราะเห็นอยู่แล้วว่าการใช้ชีวิตของผู้คนโดยทั่วไปก็ปกติสุขดีจนเมื่อเกิดเมื่อคืน เมื่อตนดับชนวนอย่างอื่นไม่ได้ ก็จำเป็นต้องใช้เครื่องมือที่มีอยู่ ขอให้กรุณาอดทนกันหน่อย เรื่องการเลือกตั้งจะช้าหน่อยก็ไม่เป็นไร

" ผมอยากวิงวอนให้พี่น้องให้ความร่วมมือด้วย ไอ้ที่ปลุกระดมให้เกิดความปั่นป่วน คงเป็นไปไม่ได้ต่อไปแล้ว จนท.ที่รับผิดชอบจะดับชนวนและแก้ไขเรื่องนี้ ถ้าบ้านเมืองอยู่ด้วยเหตุผล จะอยู่อย่างมีสุขได้ แต่นี่ไม่แตะต้องคนที่ก่อเหตุ แต่มารุกล้ำเอากับผู้แก้ปัญหาบ้านเมือง ผมรับหน้าที่นี้อยู่ ผมต้องทำให้บ้านเมืองกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว เป็นการร่วมมือกันอย่างที่หาใครมาสนับสนุนยากเต็มที่ บรรดาสหภาพ 43 สหภาพ อยากร้องถามว่า มันอะไรกันนักหนา คนชื่อสมัคร สุนทรเวช มันเลวทรามต่ำช้ายังไง ถึงได้ร่วมมือเหยียบให้จมแผ่นดินกัน ถ้าไปแล้วใครจะเข้ามาแทน มันไม่จบ คนที่เขาก่อการเขาก็บอกว่าลาออกก็ไม่จบ เขาประกาศแล้ว เขาจะเอาการปกครองใหม่เข้ามา ต้องการล้มล้างการปกครอง"


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์คมชัด

31 สิงหาคม 2551

คุณคิดเห็นอย่างไรกับภาพเหล่านี้

ภาพเหล่านี้สะท้อนอะไร???????????





























ประกาศศึก! "เนวิน" ฟื้น "นปก." ยึดสนามหลวงประจัญหน้า "พันธมิตร" หนุน "หมัก" หนึบเก้าอี้นายกฯ


"กลุ่มเพื่อนเนวิน" ตั้งวอร์รูมหนุน "สมัคร" นั่งนายกฯ ไฟเขียว "นปก."จัดเวทีคู่ขนานฮึ่มพันธมิตร "ณัฐวุฒิ" รับลูกทันควัน ประกาศเตรียมลั่น "ฆ้องชัย" นปก.กว่า 2 พันยึดสนามหลวงลั่นชุมนุมยืดเยื้อ ยันไม่เคลื่อนไปเผชิญหน้ากัน "ชินวัฒน์" ประสานแกนนำ ตจว.ขนคนสมทบ

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 30 สิงหาคม กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ (นปก.) ได้เคลื่อนไหวต่อต้านกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยเปิดเวทีปราศรัยที่ท้องสนามหลวง บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีผู้เข้าร่วมหลายพันคน ส่วนใหญ่ใส่เสื้อสีแดง หรือมีผ้าพันคอสีแดงเป็นสัญลักษณ์

นายชินวัฒน์ หาบุญพาด แกนนำ นปก. กล่าวว่า จุดประสงค์ของการชุมนุมครั้งนี้มี 3 ประการ คือ 1.สนับสนุนรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง 2.ให้มีการบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มพันธมิตร 3.เป็นการประกาศว่า ประชาชนไม่ได้เห็นด้วยกับกลุ่มพันธมิตรทั้งหมด

  • เวลา 13.00 น. ที่ทำการพรรคพลังประชาชน อาคารไอเอฟซีที ถนนเพชรบุรี นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม จาก "กลุ่มเพื่อนเนวิน" กล่าวถึงกระแสข่าวนายเนวิน ชิดชอบ อดีตแกนนำพรรคไทยรักไทย เดินทางออกจากประเทศไทยไปกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในช่วงดึกวันที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมา หลังกลุ่มพันธมิตรเข้ายึดทำเนียบรัฐบาลว่า นายเนวินไม่ได้เดินทางไปประเทศอังกฤษ ขณะนี้นายเนวินยังอยู่ในประเทศไทย เชื่อว่าข่าวที่ออกมานั้นมีความผิดพลาด
  • แหล่งข่าวจากพรรคพลังประชาชนเปิดเผยว่า ในช่วงเช้าวันที่ 30 สิงหาคม ที่ทำการพรรคพลังประชาชน อาคารไอเอฟซีที มีรัฐมนตรีในโควต้าของ "กลุ่มเพื่อนเนวิน" ทั้ง 4 คน ประกอบด้วย นายทรงศักดิ์ ทองศรี นายสุพล ฟองงาม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายธีระชัย แสนแก้ว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายพงศกร อรรณนพพร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งนายจตุพร พรหมพันธ์ ส.ส.สัดส่วน และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อดีตแกนนำ นปก. นั่งหารือถึงสถานการณ์ทางการเมืองที่อยู่ในภาวะวิกฤต และหารือถึงการจัดระบบการเคลื่อนมวลชนมาให้กำลังใจนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และพรรคพลังประชาชน ให้อยู่ทำหน้าที่ต่อไป รวมตั้งต่อต้านกลุ่มพันธมิตรที่ชุมนุมยึดทำเนียบรัฐบาล โดยได้แจ้งให้แกนนำ นปก. รวมทั้ง ส.ส.พรรคพลังประชาชน บางส่วนเตรียมความพร้อมไว้
  • นายจตุพรกล่าวภายหลังการประชุมว่า ขณะนี้แกนนำ นปก.ได้หารือและมีความคิดเห็นไปในทางเดียวกันว่าการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรวันนี้เลยเถิดไปมากแล้ว เพราะกระทำตนเป็นพวกอนารยะขัดศาล ไม่สนใจกฎหมาย ที่ผ่านมาประชาชนผู้ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของกลุ่มพันธมิตรไม่ออกมาเคลื่อนไหวเพราะเกรงว่าประเทศจะวุ่นวาย แต่วันนี้ไม่ได้แล้ว เมื่อกระบวนการยุติธรรมถูกละเลย และรัฐบาลไม่สามารถนำคำวินิจฉัยของศาลให้เป็นไปตามกฎหมายได้ นปก.อาจจะต้องออกเคลื่อนไหวเร็วกว่าเวลาที่สมควร ขณะนี้กลุ่มผู้ขับแท็กซี่ได้เริ่มก่อกองไฟความไม่พอใจกลุ่มพันธมิตรไว้ที่สนามหลวงบางส่วนแล้ว เชื่อว่าต่อไปประชาชนที่ไม่พอใจกลุ่มพันธมิตรจะออกมาร่วมแบบมืดฟ้ามัวดิน
  • นายณัฐวุฒิกล่าวว่า วันนี้ประชาชนฝ่ายประชาธิปไตยกำลังจับตามองการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกรณีกลุ่มพันธมิตรวันนี้ไม่ยอมรับในอำนาจตุลาการ อำนาจนิติบัญญัติ และอำนาจบริหาร จนทำให้ประชาชนฝ่ายประชาธิปไตยเกิดความไม่พอใจ กลุ่มพันธมิตรไม่ควรคิดว่าตัวเองมีนกหวีดเพียงคนเดียว เพราะวันนี้กลุ่มประชาชนฝ่ายประชาธิปไตยเตรียมลั่นฆ้องชัยแสดงพลังทุกแนวทางในไม่ช้านี้ เพราะบ้านเมืองไม่สามารถแบกรับความเสียหายที่กลุ่มพันธมิตรสร้างไว้ได้นานนัก
  • ทางด้านเวทีพันธมิตรที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำพันธมิตร กล่าวบนเวทีในทำเนียบรัฐบาลเมื่อเวลา 13.00 น. ว่าขณะนี้มีข่าวว่ากลุ่ม นปก.จะเข้าจู่โจมบ้านเจ้าพระยา ถนนพระอาทิตย์ ที่ตั้งของสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี จึงขอกำลัง 2,000 คน รีบไปดูแลอารักขาบ้านพระอาทิตย์ แต่ให้ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่อยู่ในทำเนียบรัฐบาลที่มีความสำคัญกว่า
  • จากนั้นอาสาสมัครพันธมิตรประมาณ 1,000 คน ได้เคลื่อนขบวนเดินทางไปถึงบ้านเจ้าพระยาเวลา 13.45 น. ส่วนใหญ่สวมใส่หมวกกันน็อค บ้างถือธง ไม้กอล์ฟ และไม้ไผ่ติดตัวไปด้วย หลังจากรอกลุ่ม นปก.ประมาณ 30 นาที ไม่มีใครมาก็สลายตัวกลับทำเนียบ
  • นายชินวัฒน์ หาบุญพาด แกนนำ นปก.กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า นปก.จะชุมนุมแบบอสิงหาของจริง ยืนยันว่าจะไม่เคลื่อนไปเผชิญหน้ากับกลุ่มพันธมิตร ส่วนการชุมนุมจะยืดเยื้อแค่ไหนขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจและการบังคับใช้กฎหมาย ตราบใดที่กลุ่มพันธมิตรยังปักหลักชุมนุมอยู่ในทำเนียบรัฐบาล นปก.จะชุมนุมยืดเยื้อต่อไป ขณะนี้ได้ติดต่อกับแกนนำในต่างจังหวัดแล้ว เพื่อนำมวลชนมาสมทบที่ กทม. ซึ่งน่าจะมาสมทบภายใน 1-2 วันนี้
  • พล.ต.ต.สุพร พันธุ์เสือ รอง ผบช.น. และโฆษก บช.น. แถลงว่า ได้จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจไปควบคุมสถานการณ์ที่สนามหลวง เชื่อว่าไม่มีการปะทะ อาจจะเป็นการแสดงพลัง หรือแสดงจุดยืนเท่านั้น
  • เวลา 19.45 น. ผู้สื่อข่าวรายงานจากเวที นปก.สนามหลวงว่า พิธีกรบนเวที ได้ขออาสาสมัครชายจำนวน 200 คน โดยระบุว่าต้องการนำคนไปเคลื่อนไหวในวันที่ 31 สิงหาคม อาจจะเดินทางไปสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส หรือเอเอสทีวี หรือไปที่ทำเนียบก็ได้ อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามแกนนำ นปก.ก็ไม่ได้รับคำตอบว่าจะนำชาย 200 คนดังกล่าวไปเคลื่อนไหวที่ไหน โดยให้รอดูวันที่ 31 สิงหาคม
  • จากนั้นพิธีกรบนเวทีได้ประกาศระดมผู้ชุมนุมให้ไปรวมตัวกันที่หน้ารัฐสภา ในวันที่ 31 สิงหาคม เวลา 06.00-07.00 น. เพื่อให้กำลังใจรัฐบาลในการประชุมรัฐสภา โดยขอให้ผู้ชุมนุมไปร่วมให้เยอะที่สุด
  • เวลา 20.00 น. นายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำ นปก.ออกอากาศรายการ "ความจริงวันนี้" บนเวที นปก.ที่ท้องสนามหลวง นอกจากนี้ยังมีพระมหาสาธิตวาที นิสิตมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย นายจรัล ดิษฐาภิชัย มาร่วมอภิปรายบนเวที

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์มติชน

พบมือปาแก๊สน้ำตาเสื้อขาว เผยเป็นชายอยู่นอกรั้วบช.น.


พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าววันนี้ (30 ส.ค.) ถึงความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนคดีมือปาระเบิดแก๊สน้ำตาเข้าใส่ฝูงชนที่ชุมนุมบริเวณหน้ากองบัญชาการตำรวจนครบาล ค่ำวานนี้ ว่า จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ที่ได้ตรวจสอบเทปบันทึกภาพเหตุการณ์ที่สื่อมวลชนบันทึกภาพไว้ พบว่า มือปาระเบิดแก๊สน้ำตาเป็นชายสวมเสื้อขาว อยู่บริเวณด้านนอกรั้วของกองบัญชาการตำรวจนครบาล อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้มีการตั้งข้อกล่าวหา เนื่องจากต้องตรวจสอบข้อมูลอื่นๆอย่างรอบคอบก่อน เพื่อป้องกันความผิดพลาด รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวต่อถึงการประชุมที่มี พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ร่วมหารือ ได้สรุปสถานการณ์วันนี้ ว่า กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่ปักหลักชุมนุมอย่างต่อเนื่องบริเวณหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล มีอยู่ประมาณ 25,000 คน ขณะที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) บริเวณท้องสนามหลวงมีประมาณ 8,000 คน จึงได้สั่งการให้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไปดูแลรักษาความปลอดภัย พร้อมกำชับให้แยกผู้ชุมนุมทั้งสองกลุ่มออกจากกันอย่างเด็ดขาด ส่วนการประชุม 2 สภา ที่รัฐสภา วันพรุ่งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะวางกำลังตั้งแต่ช่วงเช้าเพื่อป้องกันไม่ให้มีผู้ใดเข้าไปขัดขวางการประชุมได้


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ